ต้นหว้า ไม้ยืนต้น ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย

 

ต้นหว้า ไม้ยืนต้น ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย

         ต้นหว้า เป็นไม้ยืนต้นที่หลาย ๆ คนอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยกันสักเท่าไหร่ เนื่องจากเป็นไม้ยืนต้นที่ไม่ค่อยนิยมปลูกกันมากนักในบ้าน อาคาร หรือสถานที่ต่าง ๆ แต่ทั้งนี้ต้นหว้ากลับเต็มไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย ทั้งช่วยเรื่องสุขภาพ ป้องกันโรคต่าง ๆ และยังถือว่าเป็นต้นไม้ที่มีประวัติมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าเลยก็ว่าได้ ดังนั้นในบทความนี้เราก็มีเกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับไม้ยืนต้นชนิดนี้มาฝากทุกคนกันด้วย ถ้าพร้อมแล้วไปอ่านกันได้เลย

ต้นหว้า ไม้ยืนต้น ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย

        สำหรับต้นหว้ามีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Syzygium cumini (L.) Skeels และถูกจัดอยู่ในวงศ์ MYRTACEAE ไม้ยืนต้นที่มีลำต้นสูงประมาณ 10-35 เมตร จัดเป็นต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงา เปลือกไม้เรียบมีสีน้ำตาลหรือสีน้ำตาลอมเทาถึงเทาคล้ำ มีรอยแตกเป็นสะเก็ดเล็ก ๆ ใบต้นหว้าจะจัดอยู่ในประเภทใบเดี่ยว ซึ่งใบอ่อนจะมีสีแดงระเรื่อแต่ใบบาง ส่วนใบแก่จะหนากว่า มีลักษณะคล้ายกับไข่ที่กลับหัว เส้นของใบจะแตกแขนงเรียงขนานกัน บนใบจะมันวาว และจะออกดอกเป็นช่อ ซึ่งดอกจะกระจุกรวมกันอยู่ที่ซอกใบและปลายยอด ในส่วนของผลต้นหว้าจะมีสีเขียวอ่อน แล้วจะไล่สีไปตามอายุ คือ สีชมพู สีม่วงแดง และก่อนเน่าจะเป็นสีม่วงดำ ผลจะมีลักษณะเป็นรูปทรงรี มีความฉ่ำน้ำ ผิวมีความเรียบมันวาว สามารถนำมาทานได้

ต้นหว้า ไม้ยืนต้น ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย

วิธีการปลูกและดูแลต้นหว้า
        ต้นหว้าสามารถปลูกได้ 3 แบบด้วยกัน คือ เพาะเมล็ด การตอนกิ่ง และการที่ค้างคาวกินผลของต้นหว้าเข้าไปและถ่ายมูลออกมา ซึ่งวิธีการเพาะเมล็ดนั้นให้เรานำทิชชู่มาวางไว้ในภาชนะที่มีฝาปิด จากนั้นให้เติมน้ำจนชุ่ม และนำเมล็ดมาลงไปในภาชนะ พร้อมกับปิดด้วยทิชชู่อีกหนึ่งชั้นและปิดฝา รอจนต้นอ่อนเจริญเติบโตประมาณ 15 วัน จึงค่อยย้ายต้นหว้าไปปลูกลงในกระถางและทิ้งไว้ประมาณ 3 เดือน จากนั้นให้ย้ายต้นหว้าอีกครั้ง โดยย้ายลงไปปลูกในดินหรือพื้นที่ที่เราเตรียมเอาไว้ เพื่อให้รากแก้วของต้นหว้าแข็งแรง ไม่เสียหาย แต่ที่สำคัญเราไม่ควรปลูกติดกับตัวบ้าน ควรปลูกห่างออกมาประมาณ 5 เมตรขึ้นไป เพื่อป้องกันไม่ให้รากชอนไชทะลุเข้าไปใต้บ้านนั่นเอง

ต้นไม้ไทย

         สำหรับประโยชน์ของต้นหว้านั้นมีหลากหลายเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น การนำผลมาทานสด ๆ จะช่วยรักษาอาการท้องเสีย ท้องร่วงได้ นอกจากนี้ผลยังสามารถนำมาแปรรูปเป็นอาหารต่าง ๆ ได้ เช่น แยม น้ำผลไม้ และไวน์ ส่วนใบสามารถนำมารักษาโรคเกี่ยวกับผิวหนัง แก้อาการน้ำลายเหนียวข้นได้ และเปลือกกับใบสามารถนำมาทำเป็นยาอม ยากวาดคอ แก้ปากเปื่อย ลิ้น และคอมีเม็ดได้เป็นอย่างดี

 

 

 

 

#พันธุ์ไม้และสมุนไพร  #ซีรี่ย์ใหม่  #เมนูอาหาร 

About the author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *