นางพญาเสือโคร่ง ซากุระแห่งเมืองไทย

 

นางพญาเสือโคร่ง ซากุระแห่งเมืองไทย

นางพญาเสือโคร่ง หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของซากุระแห่งเมืองไทยเพราะมีลักษณะคล้ายซากูระในประเทศญี่ปุ่น โดยจะออกดอกในช่วงฤดูหนาวของไทยคือเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ และพบมากทางตอนเหนือของประเทศไทย เนื่องจากมีสภาพอากาศและความสูงที่เหมาะสมแก่การเจริญเติบโตได้อย่างดี

นางพญาเสือโคร่ง ซากุระแห่งเมืองไทย

ดังนั้นในช่วงเวลานี้ของปีจึงมีนักท่องเที่ยวมากมายทั้งในประเทศและต่างประเทศได้แวะเวียนไปถ่ายรูป ชื่นชมความสวยงามของมันในทุกๆปี โดยปกติแล้วเรามักจะพบเห็นดอกของมันเป็นสีชมพู แต่ความเป็นจริงแล้วมันยังมีดอกที่เป็นสีแดง หรือสีขาว อีกด้วย

นอกจากความสวยงามแล้วนางพญาเสือโคร่ง ยังมีสรรพคุณต่างๆที่ดีต่อร่างกายอีกมากมาย เช่น เปลือกของลำต้นมันสามารถนำมาต้มเพื่อรักษาอาการไข้หวัด ลดน้ำมูก แก้อาการไอได้อีกด้วย หรือจะนำเอาเปลือกมันมาตำและผสมกับน้ำเล็กน้อยใช้ทาเพื่อลดอาการปวด บวม ฟกช้ำ เป็นต้น

นางพญาเสือโคร่ง ซากุระแห่งเมืองไทย

นอกจากจะดีต่อร่างกายแล้วยังดีต่อสภาพแวดล้อมด้วย เพราะต้นนางพญาเสือโคร่งสามารปลูกเป็นพืชทดแทนสำหรับป่าที่โดนทำลายได้ เนื่องจากมันเป็นต้นไม้ที่โตเร็ว รวมทั้งให้ร่มเงาอีกด้วย หรือจะนำลำต้นของมันที่โตเต็มวัยแล้วมาแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่สวยงามก็ได้อีกด้วย

มีหลายคนที่เห็นนางพญาเสือโคร่งแล้วตกหลุมรักมันมาก จึงอยากจะปลูกมันต้องบอกเลยว่าหากไม่ใช่ในพื้นที่ทางภาคเหนือก็อาจจะค่อนข้างยากสักหน่อย แต่มันก็ยังสามารถปลูกได้ เพียงแต่ต้องทำความเข้าใจและเอาใจใส่มันมากๆ

โดยหากอยากปลูกเทคนิคง่ายๆดังนี้ ต้นนางพญาเสือโคร่ง เป็นต้นไม้ที่ไม่ชอบน้ำมากนัก ดังนั้นเมื่อหาที่ปลูกนั้นต้องห้ามเป็นที่ที่น้ำท่วมได้ หรือถ้าปลูกในพื้นที่ราบให้นำต้นปลูกไปแล้วให้กลบดินสูงพูนๆโคนต้นขึ้นมา เพื่อไม่ให้น้ำขังรอบๆโดยเด็ดขาด

รดน้ำเช้า-เย็น หรือถ้าดินยังแฉะอยู่ก็ไม่ต้องรดเพิ่มก็ได้ ขั้นตอนการใส่ปุ๋ยก็ควรใช้ปุ๋ยคอกโดยใส่เดือนละ 1-2 ครั้งเท่านั้น  เพียงเท่านี้ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการปลูกต้นนางพญาเสือโคร่งให้รอดได้มากขึ้น

               

 

 

#พันธุ์ไม้และสมุนไพร  #ซีรี่ย์ใหม่  #เมนูอาหาร  #รีวิวที่พักร้านอาหารเด็ดๆ

About the author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *