ว่านค้างคาว

ว่านค้างคาว ว่านเสน่ห์เมตตามหานิยมและคงกระพันชาตรี

ว่านค้างคาว

   ว่านค้างคาว (Bat Flower, Cat’s whiskers) เป็นไม้ล้มลุกที่มีอายุหลายปี มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tacca chantrieri André เป็นพืชที่อยู่ในวงศ์ Dioscoreaceae ซึ่งมีชื่อเรียกอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ว่านค้างคาวดำ, ว่านนางครวญ, ว่านพังพอน, ว่านหัวลา, ดีงูหว้า, เนระพูสีไทย เป็นต้น

ว่านค้างคาวเป็นไม้ล้มลุก สามารถพบได้ที่อินเดีย ศรีลังกา บังกลาเทศ จีน เมียนมาร์ ลาว เวียดนาม และคาบสมุทรมลายู สำหรับประเทศไทยสามารถพบได้ทุกภาค โดยจะขึ้นตามป่าดิบแล้ง และป่าดิบชื้น ซึ่งมีลำต้นที่เป็นเหง้าขนาดเล็กอยู่ใต้ดิน ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ รูปรีแกมรูปขอบขนาน โคนใบมน ปลายใบแหลม สีเขียวเข้ม โคนก้านจะแผ่เป็นกาบ มีสีเขียวเข้ม

ในส่วนของดอกนั้น ว่านค้างคาวจะออกดอกเป็นช่อ โดยออกจากซอกใบ ซึ่งมีมากถึง 20 ดอก/ช่อ ดอกมีสีม่วงคล้ำ และมีใบประดับมากกว่า 4 ใบ สีเขียวคล้ำ มีลักษณะคล้ายปีกค้างคาว ใบประดับย่อยเป็นเส้นยาวเท่ากับจำนวนของดอก ด้วยเหตุนี้จึงเรียกพืชชนิดนี้ว่า “ว่านค้างคาว”

สำหรับวิธีการขยายพันธุ์สามารถทำได้โดยการเพาะเมล็ดหรือแยกหน่อหรือเหง้า หากจะปลูกควรเลือกใช้วัสดุปลูกที่มีความโปร่ง สามารถระบายน้ำได้ดี เพราะดินที่สามารถระบายน้ำได้ดีจะช่วยป้องกันไม่ให้หัวว่านค้างคาวเน่าได้ ควรรดน้ำพอประมาณ ปลูกไว้ในบริเวณที่มีแสงแดดรำไรถึงครึ่งวัน

ในด้านของความเชื่อนั้น มีความเชื่อว่าว่านค้างคาวเป็นว่านเสน่ห์เมตตามหานิยมและคงกระพันชาตรี บางท่านเชื่อว่าถ้านำหัวมาดองเหล้าดื่มก่อนนอนจะช่วยเพิ่มพลังทางเพศ จึงเรียกว่านชนิดนี้อีกชื่อว่า “ว่านนางครวญ” นั่นเอง นอกจากนี้สามารถนำหัวมาฝานบาง ๆ แล้วนำไปตากแห้ง ชงเป็นชาดื่มเป็นประจำ จะช่วยบำรุงกำลัง และทำให้ไม่ง่วงอีกด้วยhttps://www.youtube.com/watch?v

#ไม้ดอกไม้ประดับ

About the author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *